แคนโต้ no.6

posted on 20 Dec 2009 13:15 by learningbyliving  in cantoes







...


ความเข้าใจ

เกิดจากการช่วยกันมองว่า "อะไร" คือปัญหา

ไม่ใช่ มองว่าใครเป็นตัวปัญหา















ดูไปดูมารู้สึกแคนโต้ของผมมันมีรูปแบบเฉพาะยังไงไม่รู้เนาะ - -a

*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน




เมื่อเดือนที่แล้วผมได้อ่านหนังสือ "ควอนตัมกับดอกบัว"
ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นจากการสนทนาของบุคคลสองฝ่าย
อันได้แก่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ (ใหม่) กับฝ่ายพุทธศาสนา

...
เรื่องราวโดยส่วนใหญ่เกิดจากการถาม-ตอบของทั้งสองฝ่าย
เป็นการถาม-ตอบเพื่อแสดงทัศนะเกี่ยวกับความเหมือนหรือความต่าง
ระหว่างแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์กับแนวคิดเชิงพุทธ

บางส่วนก็เป็นมุมมองที่ลึกซึ้งและเข้าใจได้ง่าย
...แต่บางส่วนก็เป็นเรื่องที่ยังเข้าใจได้ยาก (สำหรับผม)

จึงส่งผลให้ตอนนี้
...ผมยังอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่จบเลย (และวางแหมะทิ้งไว้พักใหญ่ใหญ่แล้ว แหะแหะ)


อย่างไรก็ตาม
ในตอนนั้น มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่สะดุดจิต-สะกิดใจของผมมากเลย
เรื่องนั้นก็คือเรื่อง "การกำเนิดของจักรวาล"

...
บางคนอาจปักใจไปแล้วว่าจักรวาลเกิดจากปรากฏการณ์ "บิ๊กแบง"
(บิ๊กแบง หมายถึง การระเบิดครั้งใหญ่อะนะครับ ไม่ใช่บอยแบนด์เกาหลี)
แต่กระนั้นก็ไม่มีใครตอบได้ว่า แล้วก่อนหน้านั้นบิ๊กแบงมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรล่ะ?

หรือแท้ที่จริงแล้วจักรวาลนั้นไม่ได้มีจุดกำเนิดที่เป็น "จุด" จริงๆ
หากแต่เป็น "เส้น" ของเหตุปัจจัยของเหตุปัจจัยของเหตุปัจจัย...ฯลฯ ที่เกิดมาจากเหตุปัจจัยอีกที?

วุ้ย
พูดไปแล้วก็งงครับ
และคงจะหาข้อสรุปได้ยาก (มากกกกกกกกก)
ด้วยว่าคงไม่มีใครที่จะย้อนเวลากลับไปถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปมาเป็นหลักฐานยืนยันให้เห็นกันแบบชัดๆ นั่นเอง


เพราะฉะนั้น
ผมจึงขออนุญาตพักเรื่องการกำเนิดจักรวาลในอดีตกาลไว้ก่อนนะครับ
เพราะสิ่งที่ผมต้องการจะกล่าวถึงจริงๆ ในบทความนี้ก็คือ
"การเกิดของจักรวาลในปัจจุบันกาล" ต่างหากล่ะครับ (เอ๊ะเอ๋อเอ่อ.. มันเป็นยังไงหนอ?)



...



อะไรคือเหตุปัจจัยที่ทำให้สิ่งต่างๆ เป็นอย่างที่เป็นอยู่?
อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมานั่งอ่านข้อความของผมตอนนี้ได้?

อะไร? ...


...โดยทฤษฎี เค้าว่ากันว่า
ถ้าช่วงหลายล้านปีก่อนหน้านี้มีสิ่งที่คลาดเคลื่อนไปจากที่เป็นมาเพียงเล็กน้อย (ในระดับเสี้ยวของเศษทศนิยมเลยทีเดียว)
ก็อาจเป็นไปได้ว่าโลกใบนี้อาจไม่ได้กำเนิดขึ้น
หรืออาจจะกำเนิดขึ้น ...แต่ไม่มีสิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้น



จริงๆ แล้ว
อย่าว่าแต่หลายล้านปีก่อนเลย
ถ้าในชีวิตของคุณหรือผมมีเหตุการณ์อะไรที่พลิกแพลงจากที่เป็นมาเพียงเล็กน้อย
ก็เป็นไปได้ว่า
ผมอาจไม่ได้เป็น "ผม" อย่างที่เป็นอยู่
คุณก็อาจไม่ได้ "ทำ" ในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่
และวันนี้เราก็อาจไม่ได้มาพบกันผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์นี้หรอก... ใช่หรือไม่?

(เอาง่ายๆ ว่า ถ้าไม่มีคนประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ขึ้นมา ผมก็คงไม่สามารถมานั่งอัพบล็อกวันนี้ได้ จริงมะ?)


เอ๊ะ หรือสิ่งที่เรียกว่า "พรหมลิขิต" นั้นมีจริง?



(อนุญาตให้ทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้นะครับ ^^)















...

ส่วนตัว
ผมไม่ได้คิดว่ามี "คนบนฟ้า" ที่คอยขีดเขียนบังคับคนนู้นคนนี้ได้อย่างใจหรอกนะครับ
แต่ผมก็เชื่อว่าชีวิตของเราแต่ละคนนั้นอาจได้รับ "แรงผลัก" อะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน

ผมเชื่อว่าจักรวาลในปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นจากสายพานของเหตุปัจจัยนับล้านๆๆๆๆ เส้น
(ไม่ใช่ว่านับไม่ถ้วนนะ แต่ว่ามันนับไม่ได้!)
อาจเรียกสายพานเหล่านั้นว่า "เจตจำนงแห่งจักรวาล" ก็ได้

แน่นอนว่าตัวเราในตอนนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากสายพานเหล่านั้นเช่นกัน
สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
หล่อหลอมและมีอิทธิพลให้เรา "เป็น" อย่างที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้
สิ่งเหล่านั้นผลักดันให้เรามีความคิด ความเชื่อ มีบุคลิก นิสัยใจคอ ฯลฯ เช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม
แม้ว่า "เจตจำนงของจักรวาล" จะมีอิทธิพลกับชีวิตของเรามากสักเพียงใด
แต่ก็คงไม่ถึงกับว่า เราจะต้องเดินตาม "ชะตา" ที่กำหนดไว้เพียงเท่านั้น

ผมเชื่อว่า
เราทุกคนก็สามารถใช้ชีวิตตาม "เจตจำนงของตน" ได้เช่นกัน

นั่นก็เพราะว่า
ตัวเรากับจักรวาลนั้นแยกขาดจากกันเสียเมื่อไหร่?

เราเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล และเราได้รับอิทธิพลจากจักรวาลอย่างมหาศาล
แต่ในขณะเดียวกัน จักรวาลก็ได้รับอิทธิพลจากเราเช่นกัน
จักรวาลที่เป็นอยู่ ส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นได้เพราะเรา


อาจพูดได้ว่า จักรวาล ณ ปัจจุบันกาลนั้นเกิดจาก
"การถักทอเจตจำนงของจักรวาลเข้ากับเจตจำนงของเรา" นั่นเอง


นี่แหละครับ ทฤษฎีการกำเนิดของจักรวาล (ณ ปัจจุบันกาล) ของผม แหะๆ





...


ก็ไม่อาจบอกได้นะครับว่าเรื่องที่กล่าวมานี้มันจริงเท็จแค่ไหน
และผมก็ไม่คิดว่าคนอื่นๆ จะต้องเชื่อตามผมด้วย
ทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ที่จะคิดและเชื่อ ตามหนทางของตนเองทั้งนั้น

แต่ ทั้งนี้
ประโยคที่ผมจะพูดต่อไปนี้
บอกได้เลยนะครับว่าผมพูดออกมาจากใจจริงๆ


.
.
.
"เรามาสร้างจักรวาลที่น่าอยู่ร่วมกันเถอะครับ"








Coming SooOoon!!

posted on 16 Dec 2009 15:39 by learningbyliving  in Private




วะฮะฮ่าฮ่า!


เคลียร์งานโล่งไปหนึ่งเปราะ (ใหญ่ๆ)
อันดับต่อไป
จะได้ล้วงเอาเรื่องราวที่ดองเค็มเอาไว้ในขวดโหลมาอัพขึ้นบล็อกซะที

นอกจากนี้
จะได้เขียนหนังสือ (ที่ดองเอาไว้นานพอกัน) ต่อซักกะทีนึง

โดยจะใช้อุบายกับตัวเอง
(เพื่อป้องกันอาการขี้เกียจกำเริบ) เอาไว้ว่า
หนึ่งสัปดาห์ต่อไปนี้จะกำหนดให้เป็น "สัปดาห์การเขียน"
คือเมิงต้องเขียนหนังสือทุกวัน
อย่างน้อยที่สุดต้องเข้าไปอ่านหรือไม่ก็เข้าไปแก้บทความในไฟล์เก่ามั่งล่ะ

ถ้าเขียนเสร็จก่อนปีใหม่ล่ะก็จะแฮปปี้ที่สุด

...

เจอกันแน่เอ็ง ฮึ่ม!

อ่านไปเถอะ: ไม่รู้_สนุกตรงไหน? View my profile